Short Review: Wu Xia (武俠) (9/10)
 
เป็นหนังที่ตอนแรกไม่ได้สนใจจะดูเท่าไหร่ (ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเล่น) แค่เนื่องจากได้แวะไปดู Hanna ที่ Central World แล้วเห็นโปสเตอร์พอดี เห็น Takeshi Kaneshiro กับ Donnie Yen เลยรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างครับ หลังจากนั้นเห็นเพื่อนๆทาง Twitter หลายคนที่ไปดูมาแล้วบอกว่าสนุก เลยสนใจ ก็เลยหาเวลาไปดูไม่นานที่ผ่านมานี้ครับผม (review เลทมากนะครับ อาจจะลืมรายละเอียดไปบ้าง - -)

Wu Xia เล่าเรื่องของเหตุการณ์ในหมู่บ้านในชนบทแห่งหนึ่ง Liu Jin Xi (Donnie Yen) ใช้ชีวิตปกติของเขาอย่างปกติสุข แต่อยู่ดีๆก็เกิดเรื่องขึ้นเมื่อมีจอมยุทธ์นักเลงมาทวงหนี้ในร้านที่เขาทำงานอยู่ สถานการณ์บังคับให้เขาต้องต่อสู้ป้องกันตัวจนกระทั่งสุดท้ายจอมยุทธ์ที่มาระรานได้เสียชีวิตจนหมด (o_O) เรื่องเกิดเมื่อหนึ่งในจอมยุทธ์เหล่านั้นคือฆาตกรต่อเนื่องที่มีผลงานโชกโชนและเป็นที่ต้องการของทางการมากคนนึงเลยทีเดียว ทางนักสืบของทางการ Xu Bai-Jiu (Takeshi Kaneshiro) จึงเกิดความสงสัยว่่าภายใต้ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูไม่มีอะไรของ Liu Jin Xi นั้น ที่จริงเขาเป็นใครกันแน่หรือเปล่า
ตามความคิดเห็นส่วนตัวความประทับใจของ Wu Xia ไม่ได้อยู่ที่ฉากมวยเลยแม้แต่นิดครับ (แม้จะยอมรับว่าถ่ายมาสวยมาก หลายฉาก แต่ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้ชอบขนาดนั้น ถ้านับฉากแบบนั้นจริงๆออกจะชอบการดีไซน์ฉากแบบ Reign of Assassins มากกว่า อันนี้แม้มวย Donnie Yen จะสวยแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบนะ)
สิ่งที่ชอบมากที่สุดคือครึ่งแรกของหนัง (ซึ่งถ้าครึ่งหลังไม่ไปเน้นมวยขนาดนั้นอาจให้เต็มไปแล้ว) เพราะว่าเป็นช่วงที่หนังทำได้ดีมาก ตั้งแต่การตัดต่อ หรือใช้เทคนิกต่างๆ ในการถ่ายทำ (ใช้ CG พูดถึงฉาก anatomy ต่างๆสวยมาก) รวมถึงเล่าเรื่องปูตัวละครได้น่าสนใจมากๆ (นอกจากผู้กำกับ Peter Chan แล้วต้องขอบคุณนักแสดงนำทั้งสองคนมากด้วยที่ผลักดันช่วงนี้ให้ออกมาเจ๋งได้ขนาดนี้) เป็นหนังที่ดึงความสนใจไว้ได้เร็วมาก (ไม่แน่ใจว่าจากบทหรือจากนักแสดง) ภาพก็สวยมากๆ แถม score ยังเพราะติดหู ทำให้หนังค่อนข้างอิ่มในแง่ของการเป็นหนังมันส์ๆด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว
เสียดายครึ่งหลังเล็กน้อยเพราะฉากต่อสู้มีมาค่อนข้างหนักหน่วงมากไปนิดนึง คือมวยมันสวยจริงแต่ประเด็นมันทำให้จะจบตั้งแต่กลางเรื่องแล้ว พอมาปลายเรื่องเลยไม่มีอะไรนอกจากลุ้นฉากต่อสู้กัน ซึ่งก็โอเคแต่นับว่าห่างกันไปนิดนะถ้าเทียบกับความเฉียบในการถ่ายทำ เล่าเรื่อง หรืออะไรแบบนี้ในตอนต้นๆเรื่อง
และที่สำคัญที่สุดที่ผมชอบที่สุดคือมันเป็นหนังจีนที่มีประเด็นดราม่าที่น่าสนใจมากเมื่อเทียบกับหนังเรื่องอื่นๆ ส่วนมากถ้าหนังจีนที่เป็นแนวกำลังภายใน (martial arts) มักเน้นประเด็นรักชาติ หรือไม่ก็พวกศักดิ์ศรี ดีชั่ว อะไรทำนองนั้น แต่สิ่งที่ Wu Xia ทำและนำเสนอออกมาค่อนข้างแปลกแหวกแนวและสร้างสรรค์กว่านั้นเยอะ
โทนดราม่าของหนังค่อนข้างออกแนวตะวันตกนะ แม้ผมว่าด้วยตัวการนำเสนอจะออกเป็นตะวันออก (หนังเอเชียส่วนมากมีตัวดีเลวชัดเจน ยิ่งแนวสู้กันด้วยแล้ว แต่ Wu Xia ไม่เน้นเรื่องนั้น) เพราะหนังตั้งคำถามถึงเรื่องของการตัดสินใจโดยมีความถูกต้อง มนุษยธรรมและกฎหมายมาคาบเกี่ยว ประเด็นว่าที่จริง Liu Jin Xi อดีตเคยเป็นอะไรมาก่อนหรือเปล่าไม่สำคัญเลยถ้าเทียบกับการมองเหตุการณ์ผ่านมุมมองของ Xu Bai-Jiu และการตัดสินใจชั่งใจของเขาว่าจะยึดเอามนุษยธรรมหรือกฎหมายเป็นส่ิงสำคัญ (และด้วยตัว Kaneshiro ที่เล่นได้ไม่มั่นใจในตัวเอง แต่เอนเอียงไปทางด้านนึงมากกว่าด้วยแล้ว มันเลยเจ๋งมาก)
หนังฉลาดในการไม่เล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา แต่ใช้มุมมองของหลายคนในการเล่าเรื่อง เพราะฉะนั้นมันก็จะมีความจริงและความเท็จซ่อนอยู่ในหนังพร้อมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบมากนะ เพราะถ้าเกิดเรารู้เรื่องจากเหตุการณ์ที่ถูกต้องจริงๆ การตัดสินเราจะเด็ดขาดแน่นอน (ซึ่งความจริงมันเป็นไปได้ยาก) แต่การที่มันหลอกบ้างจริงบ้างก็เหมือนเหตุการณ์จริงที่เรารับรู้มาอย่างนึง แต่คิดไปอีกอย่าง เพิ่มความสมจริงสำหรับการตัดสินใจว่าถ้าไปยืนอยู่ตรงจุดนั้นจะทำอย่างไร
นอกจากนี้อีกเรื่องที่ชอบคือประเด็นยอมรับ เผชิญหน้ากับปัญหาและปล่อยมันผ่านไป ชอบมากเรื่องนี้ (ถ้าใครดูแล้วคงจะเข้าใจดีกับประโยคจบ เป็นการจบที่ผมคิดว่ามันเท่มากๆ) หนังสอนเราให้รู้เลยว่าการหลีกหนีอะไรไม่ใช่ทางแก้เสมอไป บางทีการเผชิญหน้ากับมันตรงๆแล้วอย่าไปยึดติดกับเรื่องเลวร้ายในอดีตมากกว่าที่ทำให้เราก้าวต่อไปข้างหน้าได้
เห็นผมพิมพ์อย่างนี้ก็อย่าคิดว่าหนังมันจะหนักหนาสาหัสดราม่าอลังการมากนะครับ ที่จริงมันก็ออกจะแนวกำลังภายในที่ดูกันทั่วไปด้วยซ้ำ แต่ด้วยประเด็นเจ๋งๆ (ที่สอดแทรกมา) ที่ว่ามานี้ และความลงตัวของการถ่ายทำตัดต่อและใช้ CG (รวมถึงมวยสุดสวยของ Donnie Yen) ก็เลยทำให้นี่เป็นหนังอีกเรื่องที่ถ้าดูเฉยๆก็สนุก แต่ถ้าคิดตามก็ได้อะไรกลับไปเพิ่มด้วย เป็นหนังที่แนะนำให้ไปดูอย่างยิ่งเลยครับ :)

Short Review: Wu Xia (武俠) (9/10)

เป็นหนังที่ตอนแรกไม่ได้สนใจจะดูเท่าไหร่ (ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเล่น) แค่เนื่องจากได้แวะไปดู Hanna ที่ Central World แล้วเห็นโปสเตอร์พอดี เห็น Takeshi Kaneshiro กับ Donnie Yen เลยรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างครับ หลังจากนั้นเห็นเพื่อนๆทาง Twitter หลายคนที่ไปดูมาแล้วบอกว่าสนุก เลยสนใจ ก็เลยหาเวลาไปดูไม่นานที่ผ่านมานี้ครับผม (review เลทมากนะครับ อาจจะลืมรายละเอียดไปบ้าง - -)

Wu Xia เล่าเรื่องของเหตุการณ์ในหมู่บ้านในชนบทแห่งหนึ่ง Liu Jin Xi (Donnie Yen) ใช้ชีวิตปกติของเขาอย่างปกติสุข แต่อยู่ดีๆก็เกิดเรื่องขึ้นเมื่อมีจอมยุทธ์นักเลงมาทวงหนี้ในร้านที่เขาทำงานอยู่ สถานการณ์บังคับให้เขาต้องต่อสู้ป้องกันตัวจนกระทั่งสุดท้ายจอมยุทธ์ที่มาระรานได้เสียชีวิตจนหมด (o_O) เรื่องเกิดเมื่อหนึ่งในจอมยุทธ์เหล่านั้นคือฆาตกรต่อเนื่องที่มีผลงานโชกโชนและเป็นที่ต้องการของทางการมากคนนึงเลยทีเดียว ทางนักสืบของทางการ Xu Bai-Jiu (Takeshi Kaneshiro) จึงเกิดความสงสัยว่่าภายใต้ภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูไม่มีอะไรของ Liu Jin Xi นั้น ที่จริงเขาเป็นใครกันแน่หรือเปล่า

ตามความคิดเห็นส่วนตัวความประทับใจของ Wu Xia ไม่ได้อยู่ที่ฉากมวยเลยแม้แต่นิดครับ (แม้จะยอมรับว่าถ่ายมาสวยมาก หลายฉาก แต่ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้ชอบขนาดนั้น ถ้านับฉากแบบนั้นจริงๆออกจะชอบการดีไซน์ฉากแบบ Reign of Assassins มากกว่า อันนี้แม้มวย Donnie Yen จะสวยแต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบนะ)

สิ่งที่ชอบมากที่สุดคือครึ่งแรกของหนัง (ซึ่งถ้าครึ่งหลังไม่ไปเน้นมวยขนาดนั้นอาจให้เต็มไปแล้ว) เพราะว่าเป็นช่วงที่หนังทำได้ดีมาก ตั้งแต่การตัดต่อ หรือใช้เทคนิกต่างๆ ในการถ่ายทำ (ใช้ CG พูดถึงฉาก anatomy ต่างๆสวยมาก) รวมถึงเล่าเรื่องปูตัวละครได้น่าสนใจมากๆ (นอกจากผู้กำกับ Peter Chan แล้วต้องขอบคุณนักแสดงนำทั้งสองคนมากด้วยที่ผลักดันช่วงนี้ให้ออกมาเจ๋งได้ขนาดนี้) เป็นหนังที่ดึงความสนใจไว้ได้เร็วมาก (ไม่แน่ใจว่าจากบทหรือจากนักแสดง) ภาพก็สวยมากๆ แถม score ยังเพราะติดหู ทำให้หนังค่อนข้างอิ่มในแง่ของการเป็นหนังมันส์ๆด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว

เสียดายครึ่งหลังเล็กน้อยเพราะฉากต่อสู้มีมาค่อนข้างหนักหน่วงมากไปนิดนึง คือมวยมันสวยจริงแต่ประเด็นมันทำให้จะจบตั้งแต่กลางเรื่องแล้ว พอมาปลายเรื่องเลยไม่มีอะไรนอกจากลุ้นฉากต่อสู้กัน ซึ่งก็โอเคแต่นับว่าห่างกันไปนิดนะถ้าเทียบกับความเฉียบในการถ่ายทำ เล่าเรื่อง หรืออะไรแบบนี้ในตอนต้นๆเรื่อง

และที่สำคัญที่สุดที่ผมชอบที่สุดคือมันเป็นหนังจีนที่มีประเด็นดราม่าที่น่าสนใจมากเมื่อเทียบกับหนังเรื่องอื่นๆ ส่วนมากถ้าหนังจีนที่เป็นแนวกำลังภายใน (martial arts) มักเน้นประเด็นรักชาติ หรือไม่ก็พวกศักดิ์ศรี ดีชั่ว อะไรทำนองนั้น แต่สิ่งที่ Wu Xia ทำและนำเสนอออกมาค่อนข้างแปลกแหวกแนวและสร้างสรรค์กว่านั้นเยอะ

โทนดราม่าของหนังค่อนข้างออกแนวตะวันตกนะ แม้ผมว่าด้วยตัวการนำเสนอจะออกเป็นตะวันออก (หนังเอเชียส่วนมากมีตัวดีเลวชัดเจน ยิ่งแนวสู้กันด้วยแล้ว แต่ Wu Xia ไม่เน้นเรื่องนั้น) เพราะหนังตั้งคำถามถึงเรื่องของการตัดสินใจโดยมีความถูกต้อง มนุษยธรรมและกฎหมายมาคาบเกี่ยว ประเด็นว่าที่จริง Liu Jin Xi อดีตเคยเป็นอะไรมาก่อนหรือเปล่าไม่สำคัญเลยถ้าเทียบกับการมองเหตุการณ์ผ่านมุมมองของ Xu Bai-Jiu และการตัดสินใจชั่งใจของเขาว่าจะยึดเอามนุษยธรรมหรือกฎหมายเป็นส่ิงสำคัญ (และด้วยตัว Kaneshiro ที่เล่นได้ไม่มั่นใจในตัวเอง แต่เอนเอียงไปทางด้านนึงมากกว่าด้วยแล้ว มันเลยเจ๋งมาก)

หนังฉลาดในการไม่เล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา แต่ใช้มุมมองของหลายคนในการเล่าเรื่อง เพราะฉะนั้นมันก็จะมีความจริงและความเท็จซ่อนอยู่ในหนังพร้อมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบมากนะ เพราะถ้าเกิดเรารู้เรื่องจากเหตุการณ์ที่ถูกต้องจริงๆ การตัดสินเราจะเด็ดขาดแน่นอน (ซึ่งความจริงมันเป็นไปได้ยาก) แต่การที่มันหลอกบ้างจริงบ้างก็เหมือนเหตุการณ์จริงที่เรารับรู้มาอย่างนึง แต่คิดไปอีกอย่าง เพิ่มความสมจริงสำหรับการตัดสินใจว่าถ้าไปยืนอยู่ตรงจุดนั้นจะทำอย่างไร

นอกจากนี้อีกเรื่องที่ชอบคือประเด็นยอมรับ เผชิญหน้ากับปัญหาและปล่อยมันผ่านไป ชอบมากเรื่องนี้ (ถ้าใครดูแล้วคงจะเข้าใจดีกับประโยคจบ เป็นการจบที่ผมคิดว่ามันเท่มากๆ) หนังสอนเราให้รู้เลยว่าการหลีกหนีอะไรไม่ใช่ทางแก้เสมอไป บางทีการเผชิญหน้ากับมันตรงๆแล้วอย่าไปยึดติดกับเรื่องเลวร้ายในอดีตมากกว่าที่ทำให้เราก้าวต่อไปข้างหน้าได้

เห็นผมพิมพ์อย่างนี้ก็อย่าคิดว่าหนังมันจะหนักหนาสาหัสดราม่าอลังการมากนะครับ ที่จริงมันก็ออกจะแนวกำลังภายในที่ดูกันทั่วไปด้วยซ้ำ แต่ด้วยประเด็นเจ๋งๆ (ที่สอดแทรกมา) ที่ว่ามานี้ และความลงตัวของการถ่ายทำตัดต่อและใช้ CG (รวมถึงมวยสุดสวยของ Donnie Yen) ก็เลยทำให้นี่เป็นหนังอีกเรื่องที่ถ้าดูเฉยๆก็สนุก แต่ถ้าคิดตามก็ได้อะไรกลับไปเพิ่มด้วย เป็นหนังที่แนะนำให้ไปดูอย่างยิ่งเลยครับ :)

  1. yakuzadryclean reblogged this from lifeaddictz
  2. lifeaddictz posted this